การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน แต่คำถามแรกๆ ที่มักจะตามมาคือ “เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่?” และจะ “คำนวณวงเงินกู้” และ “ความสามารถในการผ่อนชำระ” ได้อย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและเตรียมความพร้อมให้คุณเข้าใจหลักการเบื้องต้นในการขอ “สินเชื่อบ้าน” ในประเทศไทย
ปัจจัยหลักที่ธนาคารใช้พิจารณาวงเงินกู้
ธนาคารจะพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อประเมิน “ความสามารถในการผ่อนชำระ” ของผู้กู้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “วงเงินกู้ซื้อบ้าน” ที่คุณจะได้รับ
- รายได้ของผู้กู้ ธนาคารจะพิจารณารายได้สุทธิของคุณ ทั้งเงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น โบนัส หรือรายได้อื่นๆ ที่สม่ำเสมอและตรวจสอบได้
- ภาระหนี้สินเดิม หนี้สินที่คุณมีอยู่เดิม เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือผ่อนรถ จะถูกนำมาคำนวณรวมกับภาระหนี้ใหม่ ทำให้ยอด “วงเงินกู้” ที่ธนาคารอนุมัติลดลง
- ประวัติเครดิตบูโร ประวัติการชำระหนี้ที่ดี มีวินัย จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการได้รับอนุมัติ “สินเชื่อบ้าน” ในวงเงินที่สูงขึ้น
- อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หรือระยะเวลาผ่อนชำระที่สั้นลง จะส่งผลให้ยอดผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น และอาจทำให้ “วงเงินกู้” ที่ได้รับลดลง
วิธีคำนวณวงเงินกู้ซื้อบ้านเบื้องต้น
โดยทั่วไป ธนาคารมักจะให้ผู้กู้มีภาระหนี้รวมไม่เกิน 40-70% ของรายได้ต่อเดือน (Debt Service Ratio หรือ DSR) ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประเภทสินเชื่อ
ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น:
สมมติคุณมีเงินเดือน 30,000 บาท และธนาคารกำหนด DSR สูงสุดที่ 40%
คุณจะสามารถมีภาระผ่อนหนี้รวมได้สูงสุด = 30,000 บาท x 40% = 12,000 บาทต่อเดือน
หากคุณไม่มีภาระหนี้สินอื่นเลย คุณจะมี “ความสามารถในการผ่อนชำระ” ค่าบ้านได้สูงสุด 12,000 บาทต่อเดือน จากนั้นนำยอดผ่อนนี้ไปคำนวณย้อนกลับเป็น “วงเงินกู้” โดยประมาณการจากอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ (เช่น ผ่อน 30 ปี ดอกเบี้ย 7% ยอดผ่อน 12,000 บาท อาจกู้ได้ประมาณ 1.7 ล้านบาท)
ข้อควรจำ: นี่เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันไปตามนโยบายของธนาคารแต่ละแห่ง และประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่คุณต้องการซื้อ ไม่ว่าจะเป็น “คอนโดมีเนี่ยม” “บ้านเดี่ยว” หรือ “ทาวน์โฮม”
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้
เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติ “สินเชื่อบ้าน” และ “วงเงินกู้” ที่ต้องการ คุณควรเตรียมตัวดังนี้
- สร้างวินัยทางการเงิน ชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพื่อให้ประวัติเครดิตบูโรดี
- ลดภาระหนี้สิน หากเป็นไปได้ ให้ปิดหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลก่อนยื่นกู้
- เก็บเงินดาวน์ การมีเงินดาวน์จำนวนมากจะช่วยลด “วงเงินกู้” ที่ต้องขอ และทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนลดลง
- เตรียมเอกสารให้พร้อม เช่น สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, รายการเดินบัญชีย้อนหลัง, และเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ
SUN Gateway พร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านสินเชื่อบ้านสำหรับผู้ซื้อ
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ หรือผู้ที่ต้องการคำแนะนำอย่างมืออาชีพ อาจซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เรื่อง “เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบทรัพย์สิน การเจรจา และการปิดดีล
ที่ SUN Gateway เราคือพาร์ตเนอร์ฝั่งผู้ซื้อที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของคุณฝ่ายเดียว เราไม่รับค่าตอบแทนจากผู้ขายหรือดีเวลลอปเปอร์ ทำให้มั่นใจได้ว่าคำแนะนำของเราเป็นกลางและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับคุณ
สำหรับผู้ที่ต้องการ “กู้บ้านข้ามประเทศ” หรือต้องการเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อ SUN Gateway มีบริการ Thai Overseas Loan Readiness Service ที่ช่วยจัดการเรื่องเอกสารและเตรียมความพร้อมให้คุณสามารถยื่นขอสินเชื่อได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ก่อนตัดสินใจซื้อ เรายังให้บริการ Buyer-Side Property Due Diligence & Valuation ที่ช่วยตรวจสอบทางกฎหมาย ตรวจบ้าน/อาคารโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต และประเมินมูลค่าอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้คุณมั่นใจว่า “อสังหาริมทรัพย์” ที่คุณเลือกนั้นคุ้มค่าและไม่มีปัญหาแอบแฝง และบริการ Buyer Representation & Property Acquisition ที่เป็นตัวแทนของคุณในการเจรจาต่อรองและตรวจสัญญาก่อนวางเงินมัดจำ
ให้ SUN Gateway ดูแลคุณตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการตรวจสอบไปจนถึงการเป็นเจ้าของและดูแลทรัพย์สินในระยะยาว เพื่อให้การซื้อ “คอนโดมีเนี่ยม” “บ้านเดี่ยว” หรือ “ทาวน์โฮม” ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และอยากมีทีมที่ยืนอยู่ข้างผู้ซื้อ
SUN Gateway ดูแลให้ตั้งแต่ตรวจสอบทรัพย์ เจรจา ปิดดีล ไปจนถึงการดูแลหลังโอน โทร: +66-2-231-6800
อีเมล: online@sungateway.co.th
https://sungateway.co.th/contact-us/